เปิดใจ ศุภชัย ใจเด็ด ฮีโร่ทีมชาติไทยวัย 19 ปี

หลังจากสวมบทฮีโร่ท้ายเกมให้ทีมฟุตบอลชายชุดเอเชียนเกมส์ โดยตีเสมอ กาตาร์
ไปอย่างสนุก 1-1 ในนัดประเดิมสนามใน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
ชื่อของ เจ้าอาร์ม ศุภชัย ใจเด็ด ก็กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก
หลังจากถูกกาตาร์ในครึ่งเวลาแรก ทำให้ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ
ตัดสินใจส่งหัวหอกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงสนามก่อนออกสตาร์ทครึ่งหลัง
เพื่อหวังทวงประตูคืนให้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในนัดแรก
กองหน้าวัย 19 ปี ช่วยจุดประกายความหวังให้แฟนบอลได้เป็นอย่างมาก
หลังจากสร้างโอกาสยิงประตูได้เรื่อยๆ
พร้อมกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมเพื่อความหวังเพื่อยิงประตูตีเสมอให้ได้
จนประสบความสำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกม
โดยศุภชัยได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมด้วยความตื่นเต้นว่า “ดีใจมากครับที่ทำประตูได้
ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคนและ โค้ชโย่ง ที่ไว้ใจ ให้โอกาสผมลงสนาม
ถ้าผมได้รับโอกาสลงสนาม ไม่ว่าจะกี่นาที ผมจะทำมันให้ดี”
“ทุกครั้งที่ลงสนามผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องทำประตูให้ได้
ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้รับชัยชนะ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว
ที่เหลือถือเป็นโบนัสครับ”
แม้จะเริ่มต้นได้ตามเป้าในนัดแรก แต่เส้นทางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ยังต้องเจอ
กับงานยากอีกครั้ง เนื่องจากเกมนัดที่ 2 ที่ไทยต้องเจอกับ บังกลาเทศ จากที่หวัง 3 แต้ม
กลับโดนยิงนำไปก่อน
และต้องเหนื่อยจนถึงช่วงท้ายเกมและเป็นเจ้าอาร์มอีกครั้งที่เป็นผู้ยิงประตูตีเสมอให้ทีม
งานยากสุดๆ อยู่ในนัดต่อไปที่ต้องเจอกับ อุซเบกิสถาน
ถือเป็นนัดชี้ชะตาว่าทีมชาติไทยจะได้ฟาดแข้งในอินโดนีเซียต่อ
หรือต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านหลังผ่านพิธีเปิดไปไม่ถึง 1 วันเต็ม
“เป้าหมายต่อไปเราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกคนต้องทำเต็มที่
และต้องพาทีมผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้” ดาวยิงความหวังใหม่ของชาวไทย
กล่าวอย่างมุ่งมั่น
แม้สุดท้ายทีมชาติไทยจะหยุดเส้นทางในเอเชียนเกมส์ 2018 เพียงแค่รอบแรก
โดยนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม พลาดท่าแพ้ คาซัคสถาน 0-1 ทำให้จบ 3 นัด มี 2
คะแนน ไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ที่คะแนนดีที่สุด

อย่างไรก็ตามอนาคตของศุภชัย ยังคงน่าจับตาในฐานะอนาคตของทีมชาติไทย
หวังว่าในเอเชียนเกมส์ครั้งต่อไป
ตัวเขาและทีมชาติไทยชุดใหม่จะกลับมาอย่างแข็งแกร่งและทวงคืนความยิ่งใหญ่กลับมา
อีกครั้ง
นอกจากนี้หัวหอกจาก จ.ปัตตานี ยังเผยเคล็ดลับสำคัญในการยิงประตูของตัวเองอีกว่า
“ผมชอบดู ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ และพยายามศึกษาการเคลื่อนที่ การหาช่องว่าง หรือ
การวิ่งทำทาง เพื่อเปิดช่องว่างให้เพื่อนร่วมทีมสอดขึ้นไปทำประตู
ที่สำคัญผมจดจำวิธีการยิงประตูของเขา
เพราะในการฝึกซ้อมเขามักทำให้ผมตกตะลึงอยู่เสมอ”
ตัวเขาจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดบนเส้นทางลูกหนังได้หรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *