ยูเว่ปะทะบาร์ซาศึกยูฟ่า

ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศนัดแรก  คู่ระหว่างยูเวนตุสเปิดถิ่นยูเวนตุสสเตเดี้ยมรับการมาเยือนของบาร์เซโลน่า  ยูเว่ของมัสซิมิเลียโน่ฮัลเลกรีเกมนี้จัดชุดใหญ่เต็มสูบพร้อมวางแผนมาในระบบ 4-2-3-1  นำมาโดยแนวรุกอย่าง ฮวน  กัวดราโด้,  เปาโลดีบาล่าและมาริโอมานด์ซูคิช ปั้นเกมอยู่ด้านหลัง กอนซาโล  อกวาอิน กองหน้าตัวเป้า  ฝั่งเจ้าบุญทุ่มทีมเยือนของหลุยส์เอ็นริเก้เพิ่งแพ้มาลาก้า  2-0  ในศึกลาลีกานัดล่าสุด  เกมนี้วางหมากมาได้ในระบบ 3-4-3 นำทัพมาโดยสามประสานเกมรุกเอ็มเอสเนอย่างลิโอเนล  เมสซี่,  หลุยส์ซัวเรซและเนย์มาร์

ก่อนเกมที่ยูเวนตุสสเตเดี้ยมจะเริ่มต้นขึ้น  ทีมเบียงโคเนรี่ไม่แพ้ในการเล่นที่บ้านสำหรับรายการนี้มาแล้ว  17 นัดติด  ซึ่งจากชัยชนะเหนือต่างดาวในเกมล่าสุดนี้ทำให้พวกเขาไม่แพ้เป็น  18 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว  ถือเป็นการยืดสถิติสโมสรออกไปเรื่อย ๆ  ไม่เพียงแค่นั้นหากนับทุกรายการถึงตอนนี้พวกเขาชนะในบ้านติดต่อกันมา 16 นัดเข้าไปแล้ว  จากทุกรายการแถมยังไม่แพ้เกมเหย้ามาแล้ว  48  นัดติดสวนทางกับบาร์เซโลน่าที่เป็นครั้งแรกในรอบ  17  ปีที่พวกเขาเสียประตูในเกมนัดเยือนอย่างน้อย 3 ลูก 2 นัดติด  เพราะในเกมรอบที่แล้วโดนปารีสแซงต์แชร์กแมงกระชวกมา 4 ประตู  และนอกจากนี้ยังเป็นการแพ้เกมเยือนสองนัดติดในรายการนี้ภายใต้ยุคของหลุยส์เอ็นริเก้อีกด้วย

เพียงแค่ 7 นาทีของการแข่งขันเจ้าบ้านได้เฮลั่น  เมื่อฮวน  กัวดราโด้  รับบอลยาวอยู่ทางด้านขวาของกรอบเขตโทษก่อนจะจ่ายเข้ามาให้กับเปาโล  ดิบาล่ากลับตัวยิงเข้าเสาสองไปอย่างเฉียบขาดยูเว่ออกนำ 1-0  นาทีที่ 22 เจ้าม้าลายได้ประตูนำห่างเป็น 2-0  จากจังหวะกระชากขึ้นมาทางฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลังของ มาริโอ  มานด์ซูคิชก่อนจะจ่ายย้อนกลับมาให้เปาโล  ดิบาล่าซัดด้วยซ้ายจังหวะเดียวเข้าเสาแรกไปอย่างเฉียบคม จบเกมครึ่งแรกยูเว่ 2 บาร์เซโลนา 0

ครึ่งหลังบาร์ซา  แก้เกมด้วยการส่งอังเดร  โกเมส มิดฟิลด์ ลงมาแทน เฌเรมี่  มาติเยอ  นาทีที่  55  เจ้าบ้านมาได้ประตูเพิ่มจากจังหวะลูกเตะมุมของมิลาเรม  ปยานิชเปิดเข้ามาให้จอร์จิโอ  คิเอลลินีโขกเข้าไปเต็ม ๆ สกอร์ขยับเป็น 3-0  จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้จนจบ 90 นาทียูเวนตุสเปิดบ้านชนะบาร์เซโลน่า 3-0 โดยทั้งคู่ จะกลับมาพบกันในนัดที่ 2 ที่สนามคัมป์นู  คืนวันพุธที่ 19  เมษายน.…

โหมข่าวย้ายโบรโซวิช

มาร์เซโล  โบรโซวิชเริ่มตกเป็นข่าวแรงขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะย้ายมาสู่ทัพปีศาจแดงในช่วงหน้าร้อนนี้  เดอะซัน สื่อชื่อดังเมืองผู้ดีรายงานข่าวว่า  ได้มีแฟนบอลตาดีรายหนึ่งเห็นความเคลื่อนไหวของมาร์เซโล  โบรโซวิชกองกลางทีมชาติโครเอเชีย  ของอินเตอร์มิลาน   ในโลกโซเชียลมีเดียหลังไปกดติดตามแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในอินสตาแกรม  ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าตัวนักเตะอาจย้ายมาสู่โอลด์แทร็ฟฟอร์ดหลังจบฤดูกาลนี้

สื่อไม่เชื่อว่าโซเซมูรินโญ่นายใหญ่ทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด  เดินทางไปกรุงซาเกรบเพื่อหนีฝนและพบเพื่อนจริง ๆ  แล้วไปโผล่ที่สนามกรุงซาเกร็บชมเกมที่โครเอเชียเปิดบ้านชนะยูเครน 1-0 ศึกเวิลด์คัพ 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มไอ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม  ซึ่งกุนซือแมนยูเผยภายหลังว่ามีฝนที่ประเทศอังกฤษรวมถึงไปพบกับเพื่อนคือเปแดร็ก  มิยาโตวิช อดีตแข้งดังที่เคยร่วมงานกันที่รีลเมดริด นอกจากนี้มูรินโญ่ปัดข่าวว่าไม่ได้สนอีวาน  เปริซิซ มิดฟิลด์โครเอเชียของอินเตอร์มิลาน  แต่จริง ๆ แล้วคนที่เล็งไว้ก็คือโบรโซวิชอีกหนึ่งกองกลางค่ายงูใหญ่  สำหรับโบรโซวิชย้ายมาจากตินาโม  ซาเกร็บมาอยู่กับอินเตอร์มิลาน เมื่อปี 2015 ซึ่งหากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสนใจจริง ๆ คาดว่าต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาแข้งวัย 24 ปี  จำนวน 43 ล้านปอนด์(ประมาณ 1,935 ล้านบาท)

โชเซ่  มูรินโญ่เทรนเนอร์ของปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเตรียมทุบท้องพระคลังอีกครั้ง  ด้วยการฉีกสัญญา 43 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร์เซโล่  โบรโซวิช มิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชียมาจากงูใหญ่อินเตอร์มิลาน  ตามการรายงานข่าวจากกัลโช่แมร์กาโต้ สื่อแดนมะกะโรนีระบุว่า  มูรินโญ่เดินทางไปชาเกร็บเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  เพื่อหารือเรื่องแผนการซื้อขายกับเปแดร็ก  มิยาโตวิช  ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่าเป้าหมายประจำซัมเมอร์นี้ ของเขาคือ  เพื่อนเราร่วมสโมสรและทีมชาติของโบรโซวิชอย่างอีวาน  เปริซิซ จะมีค่าตัวมากกว่า 50 ล้านปอนด์  แต่อินเตอร์ก็วางแผนการยื่นข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่เพื่อรั้งตัวเขาเอาไว้ในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมียซซ่า อย่างไรก็ตามมูรินโญ่ได้สอบถามเกี่ยวกับโบโซวิชด้วย  ซึ่งเป็นคนที่เนรัซซูรี่ไม่ได้มีความตั้งใจจะรั้งตัวไว้  หากมีสโมสรใดยอมยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาของนักเตะ  อินเตอร์เองก็พร้อมปล่อยตัวออกมา.

ล่าสุดเป็นไปได้ว่าการย้ายสังกัดอาจเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้หลังโปรเซอร์วิสแสดงท่าทีว่ามีใจให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ ไปเห็นเขากดติดตามปีศาจแดงในอินสตาแกรมตามด้วยการกดไลค์โพสต์ที่ประกาศว่ายูไนเต็ดเสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา.…

ราฟาเอลวาราน ได้รับบาดเจ็บ

ราฟาเอล  วารานกองหลังตัวเก่งเรอัลมาดริดโชคร้าย  เอ็นหลังหัวเข่าเดี้ยงต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 3 สัปดาห์  หมดสิทธิ์ลงเล่นเกมสำคัญทั้งในแชมเปี้ยนลีกกับบาเยิร์นมิวนิค  รวมทั้งลาลีกานัดเจอแอตเลติโกมาดริดและบาร์เซโลน่าแน่นอน  เรอัลมาดริดสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกาสเปนประกาศยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 4 เมษายนว่า  ราฟาเอล  วารานปราการหลังคนสำคัญหมดสิทธิ์ลงสนามอย่างน้อย 3 สัปดาห์เนื่องจากมีปัญหาเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า  แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสพึ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามได้ในเกมลีกที่ถล่มอลาเบส 3-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  หลังหายหน้าไปเกือบเดือนแต่กลับลงสนามได้เพียง 11 นาที  ก่อนจะมีปัญหาเอ็นหลังหัวเข่าซ้ายฉีกทำให้หมดสิทธิ์ลงสนามศึกยูฟาแชมเปี้ยนลีกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเกมแรกกับบาเยิร์นมิวนิควันพุธที่ 12 เมษายน

ราชันชุดขาวออกแถลงการณ์ว่าหลังผลการทดสอบวันนี้ระบุว่านักเตะของเราราฟาเอล  วารานมีอาการกล้ามเนื้อเอ็นหลังหัวเข่าซ้ายฉีกระดับ 2 นอกจากนั้นเซ็นเตอร์แบล็ควัย 23 ปียังจะพลาดลงเล่นลาลีกา 2 เกมสำคัญในนัดพบแอตเลติโกมาดริดวันเสาร์ที่  8 เมษายน  และบาร์เซโลน่าวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน โดยวารานเป็นกำลังสำคัญของเรอัลมาดริด  จากการลงสนามไป 32 เกมในทุกรายการซีซั่นนี้  เรอัลมาดริดคอนเฟิร์มว่า ราฟาเอล  วารานได้รับบาดเจ็บ  ขณะที่สื่อลูกหนังคาดการณ์ว่าปราการหลังเฟรนช์แมนต้องพัก 4 ถึง 6 สัปดาห์ด้วยกัน  ดาวเตะวัย 23 ปี สตาร์ทตัวจริงในเกมลาลีกาเมื่อคืนวันพุธที่ราชันชุดขาวบุกพ่ายบาเลนเซีย 1-2 โดยได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกนาทีที่ 73

ล่าสุดมาดริดแถลงว่าจากการตรวจสภาพของราฟาเอล  วารานที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชานิตาสลาโมราเลฆาวันนี้  เขาถูกวินิจฉัยว่ากล้ามเนื้อแฮมสตริงคือต้นขาด้านหลังขาข้างซ้ายเคล็ดตึงระดับที่ 2 อาสหนังสือพิมพ์กีฬาสแปนิช ระบุว่าวารานเตรียมอดลงสนามเป็นเวลา 4 ถึง 6 สัปดาห์นั่นแปลว่าวารานมีสิทธิ์พลาดช่วยทีมถึง 5 นัดคือเกมลาลีกาเยือนบีญาร์เรอัล  เล่นในบ้านเจอลาสพัลมาส  เยือนเออิบาร์  แชมเปี้ยนลีกรอบ 16 ทีมนัด 2  เยือนนาโปลี  และเกมลีกเฝ้าบ้านรับเรอัลเบติส  หมายความอีกว่า วารานน่าจะกลับมาได้อย่างช้าสุดคือเกมลีกศึกดาร์บี้แมตช์  ที่จะไปเยือนแอตเลติโกมาดริดวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม  มาดริดยังเหลือตัวเลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคือเซร์คิโอรามอส เปเป้  และนาโซ  เฟร์นานเดซ.…

เอ็นริเก้ยืดอกรับทำทีมต่ำกว่ามาตรฐาน

หลุยส์  เอ็นริเก้กุนซือเจ้าบุญทุ่มสโมสรบาร์เซโลนา  ออกมายอมรับว่าทีมเล่น ได้ต่ำกว่ามาตรฐานไปเยอะในเกมที่บุกพ่ายม้าลาย 0-3 ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกรอบ 8 ทีมสุดท้าย  พร้อมยกย่องทัพม้าลายว่าแข็งเกร่งกว่าทีมที่เคยเจอกันในรอบชิงเมื่อปี 2015  ยังหวังปาฎิหารย์กลับมายิง 4 ลูกในนัดที่ 2  “มันไม่สำคัญว่านี่จะเป็นผลการแข่งขันที่ยุติธรรมหรือไม่  นั่นคือผลงานที่เป็นเหมือนฝันร้ายของเราอีกครั้งค่ำคืนที่โหดร้ายที่แฟนบอลบาซ่าเพิ่งจะต้องเดินผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้”  เขากล่าว

หลุยส์  เอ็นริเก้  เทรนเนอร์บาเซโลน่าไม่ปฎิเสธว่าพวกเขาเป็นทีมที่พึ่งพาความสามารถของลิโอเนล  เมสซี่ยอดกองหน้าเป็นอย่างมาก  เมสซี่ทำ 3 ประตูจาก 2 เกมล่าสุดที่อาซูลกราน่า  ชนะเลกานเญสและแอตเลติโกมาดริด  ทำให้เจ้าตัวยิงไปแล้ว  35  ประตูจาก 35  นัดซีซั่นนี้  “เกมนี้เราทำกันได้ไม่ดีพอในครึ่งแรกรวมไปถึงครึ่งหลังก็ยังไม่ดีขึ้นเราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหารายละเอียดของข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเราเล่นกันได้ไม่อยู่ในระดับที่ต้องการเราขาดความรู้  และคุณไม่สามารถที่จะทำเช่นนั้นกับทีมอย่างยูเวนตุสในแชมเปี้ยนลีกได้  วันพรุ่งนี้เราจะนัดคุยกันถึงสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้  ผมยอมรับความผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้  100 เปอร์เซ้นต์  และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะวางแผนสำหรับการกลับมาให้ได้อีกครั้ง” เขากล่าว  ทั้งนี้บาร์ซ่าเคยสร้างปาฏิหาริย์มาแล้วในเกมที่เจอกับเปแอสเชในรอบที่แล้วหลังเกมแรกบุกไปพ่าย 1-5 ก่อนจะกลับมาเอาชนะนัดที่ 2  สกอร์ 6-1  ผ่านเข้ามารอบนี้อย่างเหลือเชื่อ  ซึ่งเอ็นริเก้ก็หวังจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกครั้ง

ล่าสุดหลุยส์  เอ็นริเก้  ออกมายืดอกยอมรับว่าการที่ทีมจะพลิกสถานการณ์เข้ารอบตัดเชือกเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก  เหมือนนัดทุบปารีสแซงต์แชร์กแมงเป็นเรื่องยากยาก  อดีตนายใหญ่อาแอส  โรม่าและเซลต้า บีโก้กล่าวกับมีเดียเซตพรีเมี่ยม  สื่อแดนมะกะโรนีว่า “ครึ่งแรกเราจองานที่ยากลำบากมากคล้าย ๆ กับนัดแรกที่ปรารีส  จากนั้นครึ่งหลังเราทำได้ดีขึ้นเยอะ  นี่มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว  ถ้ามันจะเป็นเรื่องยากที่คิดถึงการพลิกกลับมา  แต่เราจะพยายามให้ถึงที่สุด  และทำผลงานให้ดีในเกมที่ 2”  ขณะเดียวกันเอ็นริเก้ก็ออกมาปกป้องนักเตะที่ถูกวิจารณ์ว่าเล่นแย่  พร้อมกับยอมรับว่าเขาเตรียมทีมอาซูลกราน่าไม่ดีพอในการเจอกับเบียงโคเนรี่  ที่ไม่แพ้เกมยุโรปในบ้าน  22 นัดแล้ว.…